วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

"ประโยชน์มากมายในผักกาด"




ผักกาด จัดเป็นผักประเภทกินใบ ได้แก่ ผักกาดขาว ผักกาดดำ ซึ่งถือว่าเป็นผักพื้นเมืองในไทย ดองได้อร่อยกว่าผักดองเปรี้ยวเค็มชนิดอื่น ผักกาดขาวปลีที่ชาวไร่ปลูกขายในโรงงาน ปรุงสดๆ จะขมเฝื่อน แต่ถ้าดองแล้วรสชาติดี กรอบไม่ยุ่ย เก็บไว้ได้นานไม่เสีย หากปลูกกันมาก จะมีราคาถูก ต่ำสุดอยู่ที่ กก.ละ 30 สตางค์ หากในหน้าแล้งปลูกน้อย ราคาจะแพงถึง กก.ละ 5 บาทเลยทีเดียว กะหล่ำปลีและผักกาดกวางตุ้งอยู่ในตระกูลเดียวกัน ปลูกกันมากที่สุดในประเทศจีน สามารถนำมาทำเป็นแกงผักกาดจอและทำมัสตาร์ดขายไปทั่ว คะน้า ก็เป็นผักกาดอย่างหนึ่ง เชื่อว่ามีส่วนช่วยในการเสริมสร้างกระดูกได้แข็งแรง และผักกาดโสภณ หรือผักฮ่องเต้ จะมีราคาแพงหน่อย แต่ก็มีสารอาหารพอๆ กัน


ผักกาดกินดอก เช่น กะหล่ำดอก ในทางวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบแล้วว่า อุดมไปด้วยสารต่างๆ ที่ช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง คนไทยในอดีต จึงคั้นเอาแต่น้ำสดๆ อมกลั้วคอ รักษาอาการร้อนใน และทารักษาโรคเรื้อนกวาง บร็อคโคลี่ ก็นับว่าเป็นตระกูลเดียวกับผักกาด มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กะหล่ำดอกอิตาเลียน


ผักทั้ง 2 ชนิดนี้ ดอกกะหล่ำสวยๆ ขาวๆ ชาวสวนจะใช้ยาฆ่าแมลงและยากันเชื้อราฉีดลงไปทุกๆ วันนกว่าจะตัดขาย ซึ่งถ้าไม่ทำเช่นนั้นแล้ว ผักก็จะถูกหนอนเจาะ และเชื้อดำระบาดบนดอก ซึ่งจะต้องหมั่นล้างและแช่ผักเพื่อให้สารเคมีของยาฆ่าแมลงหมดไป บร็อคโคลี่ กินได้สบายปาก แมลงมักไม่ค่อยะมารังควานเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังไม่เป็นที่นิยมรับประทานกันสักเท่าไหร่ จึงปลูกน้อย รวมทั้งปลูกให้ดูดีก็ยาก เพราะชอบอากาศที่หนาวเย็นมาก


ผักอีกอย่างที่อยู่ในตระกูลเดียวกับผักกาด ก็คือ หัวผักกาด ซึ่งกินแต่ส่วนหัว เช่น นำมาทำแกงจืด แกงส้ม หัวไชเท้า และดองไชโป๊หวาน และโหระพา ซึ่งเด็ดเอาแต่ใบ ล้างและแช่น้ำให้สดและกรอบ



สำหรับคุณค่าอาหารในผักกาด ที่เก็บมาฝากก็มีดังต่อไปนี้ บร็อคโคลี่ ซึ่งมีพลังงานมากกว่าผักชนิดอื่นๆ รองลงมา ก็คือ คะน้า หัวไชโป๊ กะหล่ำดอก ผักกาดขาวปลี(อีลุ้ย) และกวางตุ้ง ส่วนผักกาดหอม(ผักสลัด) ผักกาดแก้วที่ปลูกบนดอยสูง กับผักกาดนกเขา ไม่จัดเป็นผักในวงศ์เครือญาติของผักกาด ฝรั่งได้บอกว่า มันเป็นผักกาดปลอม



หากอยากจะทานผักกาดให้อร่อย ต้องปรุงให้สุกอย่างเร็ว โดยใส่ลงไปในน้ำเดือดจัดๆ ประมาณ 3 นาที ยกลงออกจากเตา หรือผัดด้วยไฟแรง และถ้าต้องการทำสลัด ก็ฉีกด้วยมือ ผักจะสดกรอบดีกว่าหั่นมีด


นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่า ผักตระกูลผักกาด เป็นผักที่รักษาโรคครอบจักรวาล จึงแนะนำให้รับประทานผักอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยป้องกันกระดูกพรุน หูตาที่ฝ้ามัว ป้องกันมะเร็ง หรือกินคะน้าที่สร้างเสริมกระดูกให้แข็งแรง จึงขึ้นชื่อว่า ผักสร้างกระดูก สารสำคัญที่พบในผักเหล่านี้ ก็คือ ซันโฟราเฟน (sulforaphane) สารผลึกอินโดลส์ (indoles) กรดธรรมชาติโฟลิก (folic acid) และกำมะถัน (sulphur)


แพทย์แผนไทยโบราณ ได้จัดผักกาดเป็นสมุนไพร ซึ่งสามารถนำผักจำพวกผักกาดต้มน้ำ ดื่มแก้เจ็บคอ หยดเป็นยาล้างแผลเรื้อรัง หอบหืด อีกวิธีหนึ่งคือ บดผักกาดหรือกวางตุ้ง คั้นเอาแต่น้ำ1 ถ้วย เทลงไปในน้ำเดือดจัด 2 ช้อนโต๊ะตั้งบนไฟ รีบยกออก ทิ้งไว้ให้อุ่น ดื่มแทนน้ำเสริมพลังงาน ลดอาการแก่ชราที่ความจำไม่ค่อยดีได้ ซึ่งเป็นแบบอย่างของจีน


จีน เป็นชาติที่น่านับถือในเรื่องการดูแลสุขภาพ เห็นว่ามีการตั้งโรงงานผลิตน้ำผักกาดสกัดเป็นแคบซูลขาย ซึ่งเป็นอาหารเสริม นับว่าสะดวกอย่างมาก


เราสามารถลวกใบผักกาดขาว ตัดเป็นชิ้นๆ โรยกับเกลือ น้ำส้ม น้ำตาล เหยาะน้ำมันงาบริสุทธิ์ 1 ช้อนชา หมักประมาณ 10 นาที ทานกับข้าวต้มทุกวัน จะฟื้นตัวจากไวรัสตับอักเสบบีได้รวดเร็ว


สำหรับผักกาดเขียวปลี ครึ่งกก. เต้าหู้ขาว 3 ชิ้น มะขามป้อมลูกโต 8 ลูก ขิงสดแง่งใหญ่ นำไปต้มกับน้ำ 4 แก้ว ดื่มหลังอาหาร แก้อาการหวัดเย็นได้ อีกวิธีหนึ่ง คือ นำผักกาดเขียวปลี 1 กก.กับแห้วสดครึ่งกก. ต้มดื่มเป็นน้ำชา แล้วบีบมะนาวลงไปด้วย ช่วยขับปัสสาวะและลดความร้อนในร่างกาย ป้องกันโรคนิ่วได้


แต่ประโยชน์ของผักจะมีสูงสุด หากมีผักสวนครัวปลอดสารพิษ ที่เราสามารถใช้เวลาว่างปลูกเองได้ นับว่าดีทีเดียว





                                                  ขอบคุณ : samunpri.com






"13 สิ่งที่ทำให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น"

อยากหุ่นสวยเร็วขึ้น ท่องอาหาร 13 อย่างนี้ไว้ให้ขึ้นใจ เพราะมันจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วขึ้นนะ...ขอบอก


1. ไฟเบอร์ นอกจากช่วยในระบบขับถ่ายแล้ว ยังช่วยล้างของเสีย และสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ออกจากร่างกายและเส้นเลือดด้วย


2. นมอุ่น ๆ ช่วยผลิตเมลาโทนินที่ทำให้คุณหลับสบาย เมื่อคุณหลับร่างกายจะเร่งสร้างฮอร์โมนที่กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมา


3. กาเฟอีน ช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่ม หรือระบบเผาผลาญในร่างกาย ซึ่งจะทำให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจถูกกระตุ้น ก็จะส่งผลให้ระบบอื่น ๆ ทำงานเร็วขึ้นไปด้วย

4. เซลารี่ หรือขึ้นฉ่ายฝรั่ง
เหมาะจะเป็นของว่างสำหรับคุณ เพราะมันช่วยในการเผาผลาญแคลอรีได้ดีนัก

5. สารช่วยในการระบาย
ไม่ใช่ยาถ่าย แต่เป็นอาหารที่ช่วยระบายท้อง เช่น ลูกพรุน หรือชา จะช่วยเคลียร์ระบบภายในร่างกาย และรีดเอาของที่ไม่ดีออกไป

6. หมากฝรั่ง
เมื่อปากคุณไม่ว่าง เพราะกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งหนึบ ๆ อยู่ นอกจากคุณจะแตะอาหารอื่นน้อยลงแล้ว การเคี้ยวหมากฝรั่งยังช่วยเร่งระบบเผาผลาญให้คุณได้ด้วยนะ แต่ระวังอย่าเคี้ยวมากไป เพราะกรดในกระเพาะคุณอาจเสียหายได้

7. กล้วย
ช่วยกระตุ้นพลังงานในร่างกาย เมื่อคุณมีพลังมากขึ้น และได้ออกกำลัง ร่างกายก็จะนำเอาคาร์โบไฮเดรต หรือแป้งที่สะสมไปใช้

8. ช็อกโกแลตบาร์
มันไม่ได้ช่วยคุณลดน้ำหนักหรอก แต่อย่างน้อย ๆ การกินของหวานสักหน่อยก็ไม่เสียหาย ดีกว่าที่คุณพยายามจะงดของหวานอย่างสิ้นเชิง จนสุดท้ายแล้ว ก็ลงแดงจนต้องล้มเลิกแผนไดเอ็ตน่ะ

9. น้ำ
สิ่งที่คุณไม่ควรลืม เพราะน้ำช่วยเติมคุณค่าให้ร่างกายคุณอยู่เสมอในระหว่างไดเอ็ต ทั้งยังช่วยชำระล้างของเสีย และเคลียร์ระบบในร่างกาย

10.ผักสด
เปี่ยมด้วยคุณค่าจากน้ำและไฟเบอร์เหมือนกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการย่อยอาหาร ควบคุมน้ำตาลในเลือด และให้แคลอรีต่ำ แต่มีมวลรวมค่อนข้างสูงที่จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มได้ไม่ยาก โดยที่ไม่ได้รับแคลอรีไปมากมาย

11.เกรปฟรุต
เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับในการช่วยไดเอ็ต คุณสามารถใส่ในชามซีเรียลแล้วกินคู่กันในตอนเช้า ก็จะได้อาหารที่มีไฟเบอร์สูง และยังเหมาะจะรับประทานเป็นของว่างด้วย ซึ่งปริมาณน้ำที่สูงมากในเกรปฟรุตช่วยล้างสารที่ไม่ดีออกจากร่างกาย และยังมีคุณค่าจากสารพัดวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบี คอมเพล็กซ์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ร่างกาย ทำให้คุณดึงคาร์โบไฮเดรตที่ได้รับไปใช้ และไม่สะสมอยู่ในร่างกาย จึงส่งผลให้ไขมันสะสมลดลงไปด้วย

12.ผลไม้สด
ผลไม้สดอุดมไปด้วยน้ำ เช่น แอปเปิ้ล สับปะรด สตรอวเบอร์รี่ และเกรปฟรุต อุดมไปด้วยน้ำถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแตงโมนั้นให้น้ำมากถึง 92 เปอร์เซ็นต์ คุณอาจกินซีเรียล กินผลไม้ หรือเสริมด้วยผลไม้จำพวกเบอร์รี่เข้าไปหลังอาหารแต่ละมื้อ

13.โปรตีน
เปลี่ยนจากการทอดมาเป็นย่างแทนสำหรับเนื้อสัตว์ โดยสุดยอดของโปรตีนที่มีประโยชน์มากก็คือ เนื้อปลาแซลมอน ไก่งวง ที่ให้โปรตีนเต็มเปี่ยมแต่แคลอรีไม่สูงเกิน และปริมาณไขมันอิ่มตัวก็น้อย สำหรับคนรับประทานมังสวิรัติ ก็เน้นเป็นถั่วเหลืองแทน


ที่มา ... Lisa

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Decorative flower animal shapes.

















The real cake.




























นอนเยอะ..แต่ทำไมยังง่วงน้า...


นอนพักผ่อนให้เพียงพอนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง เพราะในขณะที่เราหลับร่างกายก็จะได้พักไปด้วย การหายใจก็จะช้าลงอย่างสม่ำเสมอเนื่องจากมีการหลั่งฮอร์โมนไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหร

แต่เคยสังเกตบ้างมั้ยว่า เมื่อนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว แต่ทำไมในระหว่างวันเราถึงยังง่วงนอนยู่


นั่นก็คือ เกิดการนอนหลับแบบผิดปกติ หรือที่เรียกว่า sleep apnea หรือการหยุดหายใจขณะหลับ มักจะพบบ่อย ๆ ในคนอ้วน อาจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ และเกิดมีความดันโลหิตสูง


วิธีแก้ไขเบื้องต้น
ถ้าเป็นควรที่อ้วนมาก แนะนำให้ลดความอ้วนเป็นอันดับแรก ควรเปลี่ยนเป็นนอนตะแครงแทนนอนหงาย ทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ถ้ายังไม่ดีก็ควรพบแพทย์อย่ารอให้เป็นนานหรือหนักเสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลต่อหัวใจของสาว ๆ นะจ๊ะ



ที่มา ... กุลสตรี

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

~~ชีวิตคนกับสิ่งตรงกันข้าม~~


ลองอ่านดูว่าตรงไหม..มีอะไรที่แตกต่างจากนี้อีกรึป่าว..ชีวิตคนเรา



บอกกับตัวเองว่าจะเลิกทำบางอย่าง.. ..

แต่ก็ไม่เห็นว่าจะเลิกได้อย่างที่พูด



เคยคิดจะทำโน่นทำนี่ให้กับชีวิตตัวเอง.. ..

แต่ก็ไม่เคยทำได้ซักที



ชอบใครคนหนึ่ง รู้ว่ามาเป็นแฟนกันไม่ได้.. ..

แต่บางครั้งก็ยังแอบหวังอยู่เล็กน้อย



เหมือนจะรู้จักตัวเองดีกว่าใครๆ.. ..

แต่บางครั้งต้องถามคนอื่นว่าเราเป็นยังไง



เหมือนจะเป็นตัวของตัวเองมาก.. ..

แต่ทุกสิ่งไม่ใช่เรา



รำคาญคนบางคน.. ..

ทั้งที่เขาดีกับเราจะตาย



เหมือนจะรู้ใจ เข้าใจ .. ..

แต่บางครั้งเหมือนไม่เป็นอย่างนั้น




บางครั้งอยากรอ .. ..


แต่ก็ไม่อยากให้นานนัก





อยากบอกให้รู้ว่าคิดยังไง .. ..


ก็ได้แต่เก็บไว้ขางในไม่กล้าบอก





อยากทำอะไรดีๆ ให้ใครซักคน .. ..


แต่เขาก็ไม่อยู่ให้เราได้ทำอะไรให้แล้ว





อยากย้อนเวลากับไปทำสิ่งดีๆ .. ..


แต่เราไม่มีเครื่องย้อนเวลา





อยากวางความเกลียด .. ..


แต่พอเห็นแล้วมันวางไม่ลง





อยากเป็นคนที่ใครๆ ก็รักใครๆ ก็คิดถึง .. ..


แต่ดันทำตัวให้คนอื่นเกลียด





ขอความรัก ความเห็นใจ ความเอาใจใส่


แต่ไม่เคยดูว่าคนอื่นเขามีให้หรือเปล่า





มีความรักให้คนอื่นเสมอ .. ..


แต่ไม่เคยรักตัวเอง





**fwd**







วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เตือน ภัยคุกคามของสาวยุคใหม่


สาวยุคใหม่สามารถทำอะไรหลายอย่างได้ไม่แพ้ผู้ชายนะคะ ไม่ว่าจะขับรถ เล่นกีฬา ปาร์ตี้โต้รุ่งหรือลุยงานอย่างหนักหน่วง เดี๋ยวนี้ผู้หญิงอย่างเรา ๆไม่มีพลาด แถมประสิทธิภาพยังเกินร้อยอีกต่างหาก แต่ที่จะพลาด เห็นทีจะเป็นเรื่องใกล้ตัวสุด ๆ จนมองข้ามหรือหลายคนอาจคิดไม่ถึง นั่นก็คือ เรื่องลับ ๆ ของจุดซ่อนเร้นนี่แหละ
...อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ แต่คงสงสัยใช่ไหมว่า เรื่องจุดซ่อนเร้นมาข้องแวะกับความสามารถของผู้หญิงยุคใหม่ได้อย่างไร
ยกตัวอย่างโปรแกรมชีวิตของเวิร์คกิ้งวูแมนสาวคนหนึ่ง เธอเป็นระดับผู้บริหารของบริษัทส่งออกนำเข้าชื่อดังในประเทศไทย
ชีวิตเธอเริ่มต้นตั้งแต่ตีห้า ใช้เวลาอยู่บนถนนร่วมสองชั่วโมงกับรถเก๋งคันงาม เพื่อไปให้ถึงบริษัทแถวสีลมก่อนเก้าโมงเช้าหลังจากนั้นเธอก็ง่วนอยู่กับกองเอกสารที่รอการตรวจทานพร้อมลายเซ็นตั้งใหญ่ สลับกับการประชุมตลอดแต่เช้าจรดบ่าย แล้วไม่วายปิดท้ายของวันด้วยการสังสรรค์กับลูกค้าตั้งแต่เย็นจนเกือบเที่ยงคืน
เมื่อไลฟ์สไตล์แน่นขนัดไปด้วยงานและธุระรอบตัวขนาดนี้ การดูแลตัวเองก็ย่อมน้อยลง บ่อยครั้งที่สาวเวิร์คกิ้งวูแมนทั้งหลายมักไว้ใจการใส่แผ่นอนามัยไว้ตลอดวันเพื่อป้องกันการเปรอะเปื้อน มิหนำซ้ำยังใช้เวลาตอนกลางคืนหลังอาบน้ำซักชุดชั้นในแล้วอาศัยตากไว้ในห้องน้ำหรือตามระเบียงคอนโด ฯ ที่ปราศจากแสงแดดส่องถึงเป็นประจำ
พฤติกรรมที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซักผ้าตอนกลางคืน ตากชุดชั้นในในที่ร่ม หรือการเก็บเสื้อผ้ารวมไว้หลาย ๆ วันแล้วค่อยซัก ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดการอับชื้นและเชื้อราไม่พึงปรารถนาบริเวณจุดซ่อนเร้นได้ และยิ่งน่าเป็นห่วงสาว ๆ ประเภทที่ทำงานจนลืมใส่แผ่นอนามัยแผ่นเดิมไว้ตลอดวันจนลืมเปลี่ยนเพราะความหมักหมมของแผ่นอนามัยที่เปียกชื้น จะเป็นพาหะให้เชื้อราเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีทีเดียว ด้วยเหตุนี้เชื้อราจึงเป็นเสมือนภัยคุกคามใกล้ตัวของสาวยุคใหม่ที่ใคร ๆ อาจคิดไม่ถึง และมีโอกาสประสบปัญหานี้ทุกคนอย่างน้อยก็ 3 ใน 4 ของผู้หญิงทั้งหมด
อาการคันและตกขาวเป็นสัญญาณอันตรายของภัยคุกคามดังกล่าว แต่อาการเชื้อราที่จุดซ่อนเร้นก็สามารถรักษาให้หายได้ในทันทีที่มีอาการ เพื่อไม่ให้เรื้อรัง ซึ่งสาว ๆสามารถปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาได้หากอาการไม่มากนัก หรืออาจปรึกษาแพทย์หากมีอาการรุนแรงจนไม่น่าไว้ใจ
จาก ผู้หญิงนะคะ

หลงรักเกย์ ทุ่มเทใจจะ "เปลี่ยน" เขาได้หรือ?


ผู้หญิงหลายคนเชื่อว่า คนเราเปลี่ยนกันได้ ถ้าต้องการจะเปลี่ยน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องรสนิยมทางเพศ นั่นแปลว่าผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน วันหนึ่งก็จะหันมาชอบผู้หญิง ถ้าเจอผู้หญิงที่ใช่และสิ่งที่เชื่อฝังใจคือ เกย์เป็นโรคที่สามารถรักษาได้
ถ้าเกย์เป็นอาการของโรคชนิดหนึ่ง ก็คงทำให้ผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีลูกแล้ว แต่ยังแอบมีกิ๊กกับหนุ่ม ถึงขนาดไปมาหาสู่แบบสนิทแนบแน่นนอนค้างอ้างแรมก็น่าจะรักษาได้ และกลับมาเป็นชายใช้ชีวิตครอบครัวตามปกติกับผู้หญิงธรรมดา เขาก็ยังคงเป็นพ่อบ้านที่ดี แต่มีชีวิตส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับหนุ่มๆแทนภรรยาของตัวเอง
เชื่อในสิ่งที่เห็น
ปริศนา เป็นสาวที่อายุเกือบจะขึ้นเลข 3 แต่ด้วยหน้าตาที่อ่อนกว่าวัยทำให้แลดูหน้าใสเหมือนหญิงวัยเบญจเพส เธอรู้จักธีรศักดิ์ผ่านเพื่อสนิทผู้ชายคนหนึ่ง ที่จริงไม่ใช่ผู้ชายแบบแมนๆ แต่มีภาคของความหวานและจริตเล็กน้อย
เพื่อนเที่ยวเพื่อนกินกลุ่มนี้เป็นชายล้วนที่ทุกคนก็ดูเป็นแมนดี จะมีก็เพื่อนสนิทเธอเท่านั้นที่ดูออกอาการ "สาว" อยู่คนเดียว ปริศนานั้นเข้ากลุ่มชายหนุ่มเพราะธีรศักดิ์เป็นแม่เหล็ก เธอจึงเป็นหญิงสาวคนเดียวที่ไปไหนมาไหนกับเขาด้วย และเธอแน่ใจว่าธีรศักดิ์เป็นผู้ชายทั้งแท่ง เพราะอากัปกิริยาไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยหรือมีพิรุธจนคิดว่าเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ผู้ชายไปได้
ปริศนาหลงรักธีรศักดิ์ ซึ่งยังไม่มีแฟนเป็นเรื่องเป็นราว เธอคะเนอยู่ในใจแล้วว่าเขาน่าจะชอบเธอเพราะให้ความสนิทสนมกับเธอเป็นพิเศษ และยังพาเธอไปแนะนำกับเพื่อนๆในที่ทำงานอีกด้วย หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทั้งคู่เหมาะสมกันมาก
เป็นเพื่อนก็ไม่ใช่ เป็นแฟนก็ไม่เชิง
ปริศนาคบกับธีรศักดิ์มานับปี แต่ก็ยังพูดไม่ได้อย่างจริงจังว่าเป็นแฟน คือไม่มีสวีต จับมือถือแขน หรือไปไหนมาไหนสองคน หรือต้องการเวลาส่วนตัวโดยที่ชวนเธอไปเที่ยวกับเพื่อนๆหรือพาเธอออกงาน แต่ถ้าจะเป็นแค่เพื่อนธรรมดานั้นก็คงเรียกไม่ได้ เพราะเขาก็ดูแลเธออย่างดี ไปรับไปส่ง พาเธอไปหาพ่อแม่ รู้จักญาติพี่น้อง ประกาศว่าเธอเป็นคนพิเศษ แต่ความสัมพันธ์ไม่ไปถึงไหนเพราะไม่มีอะไรคืบหน้า
ความรักทำให้คนปิดหูปิดตา
เพื่อนสนิทในกลุ่มที่แนะนำให้ทั้งสองรู้จักกันพยายามพูดเตือนสติหลายครั้งแบบอ้อมๆว่า ธีรศักดิ์นั้นไม่ชอบผู้หญิง แต่ปริศนาก็ไม่เชื่อเพราะดูอย่างไรเขาก็ไม่มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งแต่อย่างไร เขาจะไม่ใช่ผู้ชายไปได้อย่างไร
จนในที่สุดเพื่อนต้องพูดตรงๆว่าเขาเป็นเกย์ และเตือนเธออย่างหนักแน่นว่า ธีรศักดิ์คบเธอบังหน้า เพราะต้องการให้สังคมในที่ทำงานและครอบครัวรู้ว่าเขามีแฟนแล้ว แรกๆปริศนาก็ไม่เชื่อ แต่เพื่อนสนิทของเธอยืนยันและเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างธีรศักดิ์กับชายอีกคนให้ฟัง
ความดี คือคำตอบสุดท้ายหรือ
เพื่อนสนิทของเธอโล่งอก เพราะทำให้ปริศนานั้นเชื่อว่าธีรศักดิ์เป็นเกย์จริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้เพื่อนรู้สึกเป็นกังวลมากกว่าคือ เธอคิดว่าเธอจะต้องเอาชนะเขาให้ได้ ทำให้เขามารักผู้หญิงด้วย "ความดี" ไงล่ะ
อาจจะฟังดูน้ำเน่าเหมือนนิยาย แต่เป็นเรื่องจริงที่เธอพยายามทำทุกวิถีทางที่จะชนะใจเขา และด้วยการทำความดีต่างๆนานา เอาอกเอาใจสารพัดยิ่งขึ้นกว่าเก่า และพยายามทำให้เขารู้ว่าเธอรักเขาและพร้อมที่จะทำทุกอย่างที่เป็นความสุขของเขา
"เกย์" เป็นแล้วรักษาหายไหม
แม้ธีรศักดิ์จะซาบซึ้งในความดี แต่เขาไม่ได้ชอบผู้หญิง และไม่เคยรู้สึกว่าจะชอบได้ การทุ่มเทของปริศนาเป็นสิ่งที่เขาซาบซึ้ง แต่มันเป็นคนละเรื่องกับความรักความชอบ เพราะสำหรับเขา เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่เขาซาบซึ้งในความดี แต่ไม่เคยนึกชอบแบบชู้สาว
เพื่อนชายคนสนิทของเธอ เห็นเธอแล้วก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ไม่รู้จะพูดให้เธอล้มเลิกความตั้งใจอย่างไร เพราะเธอจะเสียเวลา และบางทีอาจจะเสียโอกาสที่จะได้เจอกับผู้ชายคนอื่นๆหรือจะปล่อยให้เธอคิดขึ้นมาเองได้ว่า อย่า "เสียเวลา" กับเกย์คนหนึ่งเลย คำถามว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาที่ปริศนาจะเห็นแสงสว่างและความจริงเสียที
ยังมีผู้หญิงอีกมากที่หลงรักผู้ชายที่เป็นเกย์ และพร่ำบอกกับตัวเองว่า เขาจะหายจากโรคนี้ จึงยอมรอและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามา แต่ช้าก่อน สาวเอย เขาเป็นเกย์ ไม่ได้เป็นหวัดที่จะได้หายกันง่ายๆ
หากรู้ว่าชายหนุ่มที่คบอยู่เป็นเกย์
๐ ยอมรับความจริงว่า เกย์คือเกย์ที่เป็นทั้งตัวและหัวใจ ใช่จะเปลี่ยนรสนิยมได้เหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า
๐ เปลี่ยนความสัมพันธ์ของคุณกับเขาเป็นเพื่อนเสียเถิด จะมีความสุขกว่าเดิมเยอะ
๐ อย่าโทษตัวเองหรือตัวเขา คิดว่าเป็นความโชคดีที่ได้รู้ความจริงเสียก่อน
๐ รักตัวเองให้มากเป็นสิบเท่า และทุ่มหัวใจทั้งหมดที่เคยมีให้เขา กลับคืนมาที่ตัวเราบ้าง
๐ อย่าปล่อยเวลาให้เสียไป ให้โอกาสตัวเอง พบกับความรักที่เป็นจริงได้ดีกว่า
ที่มา
ผู้หญิงนะคะ