วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เรื่องจริง 38 ข้อ อาจไม่ฮา แต่..บางคนต้องเคยเจอ




































1.ฝนมักจะตก ในวันที่เราไม่พกร่ม และฝนจะไม่ตกในวันที่เราพกร่มมา...
2.เวลาอยู่ต่อน่าคนที่เราชอบ ต่อให้เราเป็นคนพูดมากแค่ไหน จะกลายเป็นใบ้ไปทันที แต่พอได้เป็นแฟนกัน ก็กลับมาพูดมากเหมือนเดิม
3.เข้าคิวที่ไหนต้องมีคนแซงที่นั้น....
4.ทิ้งอะไรไป ชอบมาเสียดายทีหลัง
5.คำว่า"รัก"ยากที่จะพูดยากที่จะฟัง
6.สอบวันพรุ่งนี้ อ่านวันนี้ ทั้งที่มีเวลาอ่านก่อนน่านี้ เป็นเดือน ชอบมาอ่านวันสุดท้าย
7.อยากประกวด อะไรก็ชั่ง แต่กลัวแพ้
8.ผู้หญิงชอบ ช้อปปิ้ง ผู้ชายชอบนั่งนิ่งๆ
9.กลัวแฟนเรามีคนอื่น แต่ใจเรา ดันมีกิ๊กซะเอง
10.เปลี่ยนมือถือใหม่ แพงหูฉี่ แต่ใช้เพียงโทรเข้า-โทรออก-ถ่ายรูป-ส่ง Sms แค่นั้น แล้วก็เปลี่ยนใหม่อีก
11.รอรถเมล์สายไหนมักไม่มา
12.ไอ้พวกบอกว่า"รักใครน่าตา..ไม่สำคัญ" ไม่จริงหรอก น่าเป็นศพ ยังจะเอาป่าวละ?? อย่างน้อยมันก็มีหวังอยากได้น่าตาดีกัลบางละ
13.ซื้อหวยอย่างตั้งใจมักไม่ถูก จะถูกเมื่อไม่ตั้งใจ
14.คนเมามักบอกว่า"ม่ายยยมาววววว"
15.ของที่มีอยู่ไม่กิน ของที่อยากกิน ดันไม่มี
16.ช่วงอกหัก..เดินไปไหนก็เจอแต่ชื่อคนๆนั้น
17.ใครยืมตังบอกว่า"เด๋วคืน" มันไม่คืนง่ายๆแน่นอน
18.เกาหลังที คันไปทั่วทั้งหลัง
19.มีแม่คนไหนไม่ขี้บ่นบ้าง





















20.ของแพงมักไม่อร่อย ของอร่อยมักอยู่ข้างทาง
21.นัดกันที่ไร ต้องมีคนมาสายซักคน
22.โทรศัพท์ ชอบมาตอนนอน
23.นาฬิกาปลุกซื้อมาใช้... แต่ไม่อยากได้ยินมันปลุก
24.เงิน...ไม่ได้ใช่ แต่ไม่รุ้ทำไม่ หายไปไหนหมด
25.คบกะแฟนอยู่ แล้วคิดว่าต้องได้เลิกกัน ...ไม่ช้าก็เร็วได้เลิกแน่นอน ดังนั้นอย่าไปคิด คบไปเรื่อยๆแหละดี
26.ตอนเป็นแฟน..เธอน่าตาดีที่สุด หลังแต่งงาน...ทุกคนล้วนดูดีกว่าเธอ
27.ความรักมักมอบ...น้ำตาเป็นของแถม ไม่ระบุว่ารักใคร ไม่ได้ระบุว่า น้ำตาที่ออกมาเป็นแบบไหน อาจสุข ทุกข์ต่างกัน
28.ความทุกข์มาเร็ว...ไปช้า ความสุขมาช้า..ไปเร็ว
29.ใบแจ้งหนี้มักทำให้เราตกใจเสมอ
30.ผลสอบออก ตื่นเต้นทุกที
31.ถ้าพูด"พรุ่งนี้จะดีขึ้น" แสดงว่า วันนี้เรากำลังแย่
32.เกลียดใครมักได้คนนั้น
33.มีเรื่องสำคัญทีไร โทรศัพท์ ใช่ไม่ได้ทุกที เงินหมดเอย สัญญาณหายเอย เอาเข้าไปชีวิต
34.คำว่า"รอ"ไม่มีกำหนดการแน่นอน
35.ท้อง ตั้งใจผลิต มักไม่มี .. แต่ จะท้อง เมื่อเราไม่ได้ตั้งใจ
36.ชีวิตได้เปลี่ยนไป...เพราะวันนั้นวันเดียว
37.โลกสร้างตาไว้ข้างน่าให้เรา เดินก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ
38.สุดท้าย ปาฏิหารย์ มักเกิดกับคนที่ไม่ท้อ


ขอบคุณบทความจาก ชุมชนการเรียนรู้

เหงื่อไหล ไคลย้อย เรื่องธรรมดาที่อาจผิดปกติ







เหงื่อไหล ไคลย้อย เรื่องธรรมดาที่อาจผิดปกติ (ไทยโพสต์)



ภาวะเหงื่อออกมากตอนหน้าร้อน หรือเมื่อต้องไปอยู่ท่ามกลางแสงแดดนั้น เป็นเรื่องปกติ บางคนอาจจะมีเหงื่อออกมากจนผิดปกติ แค่นั่งเฉย ๆ อยู่ห้องแอร์ เหงื่อก็ไหลชื้นแฉะไปทั้งตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ามือฝ่าเท้า ที่แย่ที่สุดก็คือภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณใต้วงแขน



ปัญหาเหงื่อไหลไคลย้อยดังกล่าว พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน เปิดเผยว่า ภาวะนี้เจอได้ 2-3% ของคนทั่ว ๆ ไป แต่มีเพียงแค่ 1% เท่านั้นที่ต้องพบแพทย์เพราะควบคุมด้วยการใช้ยาดับกลิ่นระงับเหงื่อ หรือโรลออนปกติแล้วเอาไม่อยู่จำเป็นที่จะต้องใช้วิธีพิเศษ



หากเหงื่อออกมากเฉพาะส่วน เช่น รักแร้ ฝ่ามือ-ฝ่าเท้า มักจะหาสาเหตุของโรคไม่เจอ บางคนก็บอกว่าถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่ถ้ามีเหงื่อออกมากมายตลอดทั้งตัว บางครั้งต้องหาสาเหตุเหมือนกัน เพราะบ่อยครั้งที่มีโรคภายในร่างกายที่พบได้บ่อยก็ ได้แก่ ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากผิดปกติ ผู้หญิงใกล้วัยทองที่เรียกว่า Hot flush หรือมีอาการสะบัดร้อน สะบัดหนาว อยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศา คนอื่นเขาใส่เสื้อหนาวนั่งทำงาน แต่ผู้หญิงใกล้วัยทองบางคนอาจจะเหงื่อแตกไปทั้งตัว บางคนมีการติดเชื้อผิดปกติบางอย่าง มีไข้สูง ๆ ต่ำ ๆ เป็นบางช่วง เช่น เป็นวัณโรคแอบแฝงก็ทำให้มีเหงื่อออกมากได้ รวมไปถึงมะเร็งบางชนิดก็อาจจะทำให้คุณมีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ ซึ่งคงต้องสืบหาสาเหตุให้เจอ



สำหรับเหงื่อออกมากผิดปกติเฉพาะส่วน โดยทั่ว ๆ ไปแล้ว การรักษาง่าย ๆ โดยใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมคลอไรด์ 10-15% ทาใต้วงแขน ก็มักจะช่วยระงับเหงื่อที่มากผิดปกติ รวมไปถึงช่วยดับกลิ่นได้ด้วย แต่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะหากใช้เปอร์เซ็นต์สูงเกินไป ก็มีผลให้เกิดการระคายเคืองได้ เนื่องจากผิวใต้วงแขนนั้น มักจะเป็นผิวอ่อน บอบบาง



แต่พวกโรลออนดับกลิ่นตัวนั้น มักจะไม่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมคลอไรด์ จึงได้แค่ลดกลิ่น แต่ไม่ระงับเหงื่อ หากใครเหงื่อออกมากที่มือและเท้า ทางการแพทย์เราใช้วิธีการทำไอออนโตโฟเรซิส (Iontophoresis) ให้แช่มือและเท้าในอ่างน้ำ พร้อมกับปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ จากเครื่องไอออนโต จะช่วยไประงับการทำงานของต่อมเหงื่อ โดยต้องนั่งแช่อยู่ประมาณ 10-20 นาที และก็ต้องทำกันหลาย ๆ ครั้ง อย่างน้อย ๆ 6-10 ครั้ง สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง กว่าจะรู้สึกเห็นผล และได้ผลแค่ชั่วครั้งชั่วคราว แม้เมื่อภาวะเหงื่อออกตามมือตามเท้าดีขึ้นแล้ว ก็ยังจำเป็นที่จะต้องทำไอออนโตกันบ้าง ทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ มิฉะนั้นก็จะกลับมาเหงื่อมากผิดปกติอีก



ถัดมาก็เป็นเรื่องของการใช้ยา สาเหตุที่ทำให้เหงื่อออกมากนั้น ก็เพราะว่ามีการกระตุ้นให้ระบบประสาทอัตโนมัติหลั่งสารที่เรียกว่า อะซิติลโคลีน (Acetylcholine) จากปลายประสาทมากผิดปกติ จนไปกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อทำงานเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นแพทย์บางคนก็จะแนะนำให้ใช้ยาต้านกระแสประสาทที่เรียกว่า Anticholinergics ซึ่งควรจะใช้ในรายที่มีเหงื่อออกมากทั้งตัว เพราะถ้าหากเป็นเฉพาะที่รักแร้ แล้วต้องกินยาอาจมีผลเสียไปบล็อกกระแสประสาททั่วร่างกาย ทำให้เกิดอาการมึนงง การควบคุมระบบปัสสาวะผิดปกติ ปากแห้ง และอื่น ๆ ตามมาได้



ใหม่ล่าสุดที่ได้รับการยอมรับและผ่าน FDA ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 2004 นั่นก็คือการใช้สารโบทูลินัมท็อกซิน A ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ สารตัวนี้ก็คือเจ้าโบท็อกซ์นั่นเอง "แปลว่าหากใครเป็นโรคนี้ ก็คงต้องทำใจที่จะโดนฉีดโบท็อกซ์ เจ็บตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ กัน ปีละ 1-2 ครั้ง ข้อดีก็คือ ช่วยลดภาวะกลิ่นตัวไปด้วยพร้อม ๆ กัน เนื่องจากเมื่อเหงื่อออกน้อย การหมักหมมของแบคทีเรียก็น้อย ก็จะทำให้กลิ่นตัวน้อยตามลงไปด้วย อาจมีข้อแทรกซ้อนได้บ้าง นั่นก็คือรอยฟกช้ำดำเขียวจากจุดที่ถูกเข็มฉีดยาจิ้ม และบางครั้งตัวยาโบท็อกซ์อาจจะซึมลึกไปมีผลถึงกล้ามเนื้อลึก ๆ ใต้วงแขน จนบางคนรู้สึกชาไปบ้าง แต่ก็มักจะหายได้เองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์" คุณหมอพักตร์พิไลกล่าว


คุณหมอย้ำว่า การดูแลสุขภาพร่างกายส่วนนี้ไว้บ้างเป็นเรื่องไม่ควรมองข้าม เพราะบางครั้งอาจหมายถึงโรคภัยไข้เจ็บแอบแฝง ซึ่งคงต้องปรึกษาแพทย์ดู เพื่อที่จะรู้ว่าคุณมีปัญหาโรคอื่น ๆ หรือไม่ ถ้าหากแน่ใจว่าไม่มีปัญหาอื่น ๆ แล้ว การดูแลรักษาสุขลักษณะส่วนตัว ก็จะช่วยให้คุณมีความมั่นใจในตัวเองที่ดี อย่างน้อยเริ่มต้นด้วยการอาบน้ำ ทำความสะอาดตัวเองให้ได้เป็นประจำ ใช้ยาระงับกลิ่น (Deodorant) และยาระงับเหงื่อ (Antiperspirants) และอาจใช้แป้งฝุ่น แป้งเด็ก เข้ามาช่วยสักนิดหนึ่ง เลือกเสื้อผ้าอีกสักหน่อย เพราะหากใช้เสื้อผ้าที่ตัดเย็บมาจากวัสดุสังเคราะห์ มักจะมีผลให้การระบายเหงื่อไม่ค่อยดี เลือกใช้ผ้าฝ้ายจะช่วยให้เหงื่อที่ไหลออกมานั้น ระเหยหายไปได้เร็วกว่า ไม่ติดเหนียวอยู่ที่ตัว หากจำเป็นจริง ๆ ก็ต้องถึงมือคุณหมอ ทำไอออนโตหรือทำการฉีดโบท็อกซ์ซะ จะได้หมดห่วง หมดกังวลกับปัญหานี้





ขอขอบคุณข้อมูลจาก